วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ที่มาของ ภูกระดึง

“ภูกระดึง” ซึ่งคำว่า “ภู” หมายถึง ภูเขา และคำ ว่า “กระดึง” นั้นภาษาพื้นเมืองของ จ.เลย หมายถึงกระดิ่งหรือระฆังใหญ่ ดังนั้น ภูกระดึง จึงหมายความถึง ภูเขาที่มีเสียงระฆัง เป็นที่มาของ ปริศนาเสียงระฆังที่ดังแว่วมาทุกวันพระ เป็นตำนานที่ชาวบ้านศรีฐานเล่าขานต่อกันมาว่าเป็นระฆังของพระอินทร์

ต่อมาเมื่อนายพรานผู้หนึ่งตามล่ากระทิงโทนขึ้นไปตามหน้าผาชัน จนถึงยอดภู และภาพที่เห็นตรงหน้าคือทุ่งหญ้าบนที่ราบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ปกคลุมด้วยทิวสน ดอกไม้ต้นไม้นานาพรรณ รวมทั้งสัตว์ป่ามากมาย ต่างหากินอยู่ในทุ่งหญ้า ความงดงามที่ซ่อน เร้นอยู่บนยอดภูจึงเริ่มเปิดออกสู่โลกภายนอก จึงกลับไปอพยพครอบครัวจากนครจำปาศักดิ์ มาตั้งบ้านเรือนบริเวณนี้ ซึ่งปัจจุบันก็คือบ้านผานกเค้า จนวันหนึ่งนายพรานได้ออกล่าสัตว์ตาม รอยกระทิงโทรติดต่อกันอยู่หลายวัน ได้มาถึงยังเชิงเขาแห่งหนึ่ง ร่องรอย ของกระทิงยิ่งชัดเจนขึ้น แม้ทางจะยากลำบาก

เมื่อถึงสุด พบว่ายอดเขาที่ควรจะเป็นทรงแหลมกลับเป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ จึงทำให้ภาพที่ได้เห็นตรงหน้าได้สร้างความประหลาดใจเป็นที่สุด โดยบนภูนั้น ไกลสุดตา งดงาม สวยสะพรั่งไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ กลางท้องทุ่งกว้างเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์หา กินกันอย่างอิสระเสรี

นายพรานจึงได้กลับมาเล่าเรื่องราวให้ชาวบ้านฟัง....เมื่อนั้น เรื่องราวของภูกระดึงจึงเปิดเผย จนเป็นที่ร่ำลือในความงามบริสุทธิ์ของยอด เขาแห่งนี้.....นับแต่นั้นมา และในวันนี้...ภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และยังเป็นคงเป็นที่ที่ได้รับคำร่ำลือ ถึงความสวยงามนี้อย่างไม่รู้จบ ตราบเมื่อที่แห่งนี้ยังมีธรรมชาติที่ สมบูรณ์ และคนเดินทางยังมีสำนึกต่อธรรมชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น